เอาใจเขา มาใส่ใจเรา

ในสังคมปัจจุบัน คนเราส่วนใหญ่ล้วนแต่มีความคิดที่แตกต่างกันออกไป เพราะต่างคนก็ต่างพื้นเพ ร้อยพ่อพันแม่ จะให้คิดเหมือนๆกันไปหมดคงจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อความคิดติดตัวที่มีความหลากหลายและแตกต่างกัน ย่อมเกิดการถกเถียงโต้แย้ง ไม่มากก็น้อยไม่แยกแยะเวลาไม่แยกแยะสถานที่ จนอาจทำให้ลืมนึกถึงความรู้สึกของผู้ฟังไป เป็นเหตุแห่งการจุดชนวนความร้าวรานทางความสัมพันธ์

เรื่องของ ใจเขาใจเรา เป็นหัวใจสำคัญในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม การรู้จัก “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” หมายถึง การรู้จักคิดถึงใจคนอื่น เห็นใจคนอื่น และคิดเปรียบเทียบดูว่า ถ้าเราเป็นเขา เราจะรู้สึกอย่างไรถ้ามีคนมาปฏิบัติหรือพูดกับเรา ในแบบที่เรากำลังจะทำหรือพูดออกไป ดั่งพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่9 ดำรัสว่า “ปฏิบัติต่อคนอื่น เช่นเดียวกับอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา” และวิธีการที่จะทำให้เราเป็นบุคคลที่รู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา สามารถทำได้แค่เพียงต้อง “ฟังให้มาก คิดให้เยอะ”

ฟังให้มาก คือ ต้องรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นโดยไม่มีอคติเจือปน เพราะธรรมชาติแล้วมนุษย์ทุกคนต้องการที่จะให้คนอื่นสนใจ เราจึงควรแสดงออกถึงการให้ความสำคัญแก่ผู้อื่นบ้าง แม้ว่าบางครั้งการกระทำนั้นจะไม่มีความหมายอะไรเลย ลองเงียบซักนิด แล้วจะได้ยินเสียงรอบข้างมากขึ้น และท่านก็จะได้รู้ว่าไม่ได้มีแค่เสียงท่านอยู่เพียงผู้เดียว

ประการต่อมา คือ คิดให้เยอะ เป็นสิ่งที่ควรกระทำหลังจากการฟัง ซึ่งไม่ใช่การคิดแทนที่ว่าถ้าเราเป็นเขา เราจะทำอย่างไร แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความคิดและความเป็นตัวตนเขาต่างหาก วิธีการคิดแบบนี้ต้องอาศัยการเอาใจใส่ไปถึงพื้นฐานทางความคิด การตัดสินใจ พื้นเพการใช้ชีวิต สภาพแวดล้อมที่คนๆนั้นเป็นอยู่ ปัญหาต่างๆที่คนๆนั้นประสบอยู่ ไม่ใช่การมักง่ายเพียงแค่การคิดเอาใจไปคิดแทนแบบหยาบๆ

มนุษย์มักมองเห็นความผิดของคนอื่นเหมือนภูเขา เห็นความผิดตนเท่ารูเข็ม ตดคนอื่นเหม็นเหลือทน ตดตนเองเหม็นไม่เป็นไร ปากคนอื่นเหม็นเหลือทน ปากของตนเหม็นไม่รู้สึกอะไร ทั้งนี้เพราะขาดการเอาใจใส่ความรู้สึกของผู้อื่น มัวแต่สนใจเพียงความคิดของตนเอง เอาตัวเองเป็นใหญ่กันทั้งนั้น ถ้าหากหันมาใส่ใจคำพูดของผู้อื่นให้มากอีกนิด และคิดในมุมของคนเหล่านั้นอีกหน่อย ทั้งใจเขาและใจเราก็จะรวมเป็นใจเดียว